...ขอบคุณ ทุกท่านที่เข้าชม ครับ ( Thanks for view)...

This is default featured slide 1 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 2 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 3 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 4 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

This is default featured slide 5 title

Go to Blogger edit html and find these sentences.Now replace these sentences with your own descriptions.

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556

- ข้อสอบ-นาฏศิลป์-พื้นเมือง-ม.5


1. การแสดงพื้นเมืองมีพื้นฐานมาจากการ
  1 ระบำ                                             2 มหรสพ
  3 การละเล่นพื้นบ้าน                   4 บัลเล่ต์

2. เพลงอีแซวเป็นเพลงพื้นเมืองของภาคใด
  1 ภาคเหนือ                                       ภาคกลาง
  3 ภาคอีสาน                                       ภาคใต้

3. “มาเถิดแม่นุชน้อง พี่จะเป็นฆ้องให้น้องเป็นปี่ ต้อยตะริดติ๊ดตอด น้ำแห้งน้ำหยอดที่ตรงลิ้นปี่จากข้อความเป็นเนื้อร้องของการแสดงพื้นเมืองภาคใด
 1ภาคเหนือ                                       2ภาคกลาง
 3 ภาคอีสาน                                     4 ภาคใต้

4. ข้อใดคือลักษณะของการแสดงพื้นเมือง
  1 เน้นความประณีตวิจิตรบรรจง
 2  มีรูปแบบการแสดงที่เป็นแบบแผน
  3 สอดแทรกวิถีชีวิตของคนในท้องถิ่น
 4  ถูกทุกข้อ

5. การแสดงพื้นเมืองข้อใดนำเครื่องมือเครื่องใช้ในการทำมาหากินมาประกอบการแสดง
  1 เซิ้งกระโป๋
 2  เซิ้งตังหวาย
  3 เซิ้งกระหยัง
 4  เซิ้งแพรวากาฬสินธุ์

6. การแสดงนาฏศิลป์ไทยมีความสัมพันธ์กับภูมิปัญญาท้องถิ่นข้อใด
  1 วรรณคดีไทย
 2  ศาสนาและความเชื่อ
  3 ประเพณีและวัฒนธรรม
  4ถูกทุกข้อ

7. การแสดงข้อใดที่เกี่ยวกับพระพุทธศาสนา
 1  ระบำไตรรัตน์
 2  ระบำนพรัตน์
 3  ระบำสวัสดิรักษา
4   ระบำศรีวิชัย

8. การแสดงพื้นเมืองชุดใดที่ใช้กะลามะพร้าวประกอบการแสดง
  1 เซิ้งกระติบ                                2  เซิ้งกระโป๋
 3   เซิ้งกระหยัง                             4 เซิ้งแหย่ไข่มดแดง

9. “การละเล่นประเภทร้องโต้ตอบกันระหว่างชายหญิง ด้วยการด้นกลอนสดจากข้อความหมายถึงข้อใด
  1 เพลงไทยเดิม                            2   เพลงปฏิพากย์
  3 เพลงหน้าพาทย์                      4  เพลงไทยสากล
10. " การแสดงต้อนรับแขกต่างเมือง หรือในเทศกาลสงกรานต์ " ของภาคเหนือนิยมใช้ชุดการแสดงใด
A.รำกลองยาว                              B.    รำโนรา
C.ฟ้อน                                         D.      เซิ้ง
11. " ศิลปะการแสดงที่แสดงถึงความสนุกสนาน ร่าเริง " เป็นลักษณะการแสดงของภาคใด
A.ภาคเหนือ                                 B.      ภาคกลาง
C.ภาคอีสาน                                 D.     ภาคใต้

12. ปัจจัยใดบ้างที่มีอิทธิพลต่อลักษณะการแสดงของนาฏศิลป์พื้นเมือง ?
ก.สภาพทางภูมิศาสตร์ นาฏศิลป์พื้นบ้าน วัฒนธรรม
ข.สภาพทางภูมิศาสตร์ เครื่องแต่งกาย ศิลปะท้องถิ่น ดนตรี
ค.สภาพทางภูมิศาสตร์ ประเพณี ความเชื่อ ศาสนาและค่านิยม
ง.สภาพทางภูมิศาสตร์ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและสากล

13. การแสดงนาฏศิลป์พื้นเมืองชุดใดที่เน้นลีลาการเล่นเท้า ?
ก.สีนวล
ข.ตารีกีปัส
ค.ฟ้อนสาวไหม
ง.ลาวดวงเดือน
14. นาฏศิลป์พื้นเมืองพัฒนามาจากการแสดงประเภทใด ?
ก.การละเล่น
ข.การแสดงพื้นเมือง
ค.การเล่นเพลงพื้นบ้าน
ง.การร้องรำทำเพลง

15. การแสดงประเภทใดที่สอดแทรกวิถีชีวิตชาวบ้านในท้องถิ่น ?
ก.โขน
ข.ละครรำ
ค.ระบำ รำ ฟ้อน
ง.การแสดงพื้นเมือง

16. การแสดงพื้นเมืองของภาคอีสานเกิดขึ้นจากอะไร
 ก.  กิจวัตรประจำวันหรือประจำฤดูกาล
  ข. ฐานะทางเศรษฐกิจ
 ค.  ความอุดมสมบูรณ์
 ง.  รักความสนุกสนาน

 17. ลักษณะการแสดงซึ่งเป็นลีลาเฉพาะของอีสานคือข้อใด
  ก. ลีลาและจังหวะในการก้าวเท้า
  ข. ลีลาและจังหวะในการใช้มือ
  ค. ลีลาและจังหวะในการใช้แขน
 ง.  ลีลาและจังหวะในการใช้ขา

18 ข้อใดเป็นการแสดงที่ไม่จัดอยู่ในพวกเดียวกัน
  ก. เซิงสวิง
 ข.  เซิงกะลา
  ค. เซิงกระติบข้าว
 ง.  รำเพลิน

19 การละครและการฟ้อนรําของไทยได้รับแบบแผนมาจากชาติใด
 ก . จีน                      ข . เขมร
 ค . ลาว                    ง. อินเดีย

20 ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกบนาฎศิลป์พื้นเมือง
 ก . สะท้อนวัฒนธรรมท้องถิ่น
 ข . ไม่มุ่งเน้นแบบแผนที่ประณีต
 ค. ไม่สามารถปรับเปลี่ยนท่ารําได้
 ง . ไม่มีข้อใดถูก

21 ระบําพื้นเมืองภาคใต้ที่เด็ดขาดคมชัดได้รับอิทธิพลจากข้อใด
 ก . ดนตรีที่ชัดเจนรวดเร็ว                             ข. วัฒนธรรมผสมระหว่างไทยและมลายู
 ค . ภาษาพูดที่รวดเร็ว                                 ง. ดินแดนชายทะเลแสดงออกถึงคลื่นพายุ

22 รําลาวกระทบไม้ดัดแปลงการแสดงเต้นสากมาจากภาคใด
ก.ภาคเหนือ                                                ข.ภาคอีสาน
ค.ภาคกลาง                                                ง.ภาคใต้

23 ข้อใดเป็นอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบการรำตารีกีปัส
  ก. ร่ม                                                         ข.พัด
   ค.หมวก                                                     ง.เทียน

24 รำวงมาตรฐานเป็นการละเล่นที่พัฒนามาจากอะไร
  ก.โขน
  ข. ฟ้อนเงี้ยว
  ค. รำโทน
  ง.รำมโนราห์

...

บทคำคม-ดูดีดี-เเล้วจะ-ชำนาญ-ในการเเต่ง


คำคมที่ฉันเเต่ง : MY epigram 

       *  <<< ถ้าจะรักใครซักคน...
                     ...จงอย่ายึดถืออดิตของเค้า>>>

       *    รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง... 

                    รู้ใจเขาเข้าใจตัวเรา มีสุขทั้งสองคน...

     *    " เพียงเปลี่ยนมุมมอง ความคิด ก็พลิกวินาที ที่เป็นทุกข์ ให้เป็นสุขได้ ..."

   *      ...อ่อนแรง อ่อนล้า หวั่นไหว
          อุปสรรคจักสู้ไปให้เดินต่อ
          แม้หนทางข้างหน้าอาจมีท้อ
          อย่ารีรอจงบากบั่นถึงปลายทาง...>>>

      * /// - คุณต้องให้คุณค่าในดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง 
เพราะ 
...เมื่อคุณมีสุขภาพที่ดี คุณย่อมจะสามารถทำสิ่งที่คุณฝันหรือปรารถนาได้ เพราะ สุขภาพจิตจะดีได้ เมื่ออยู่ในร่างกายที่แข็งแรง  -///

     * “เวลาที่มีค่ามากที่สุดคือเวลาที่เหลือน้อยที่สุดดังนั้นคุณต้องใช้เวลาทุกวินาทีอย่างมีคุณค่า” หรือ “คุณจะเห็นคุณค่าของการมีสุขภาพดี ก็ต่อเมื่อคุณเจ็บป่วยจนไม่สามารถที่จะรักษาได้แล้ว” ...


     *... ความคาดหวัง จะเป็นรากฐาน ของความโศกเศร้า ทั้งมวล...
    
     *   มนุษย์เรานอกจากจะมีทรัพย์สินเงินทองมากมาย หรือไม่มีเลย ก็ตาม 
...สิ่งที่ยังต้องการเสมอ คือ ความรักจากคนรอบข้าง กำลังใจจากคนรอบข้าง 
เเละ เเรงบันดาลใจ จากการได้เห็นได้รู้สิ่งต่างๆ

     * ...ความสำเร็จบางอย่าง เริ่มต้นจากเเรงบันดางที่เล็กน้อย...

     * --- คำพูดดีๆ บางคำบางประโยค
สามารถเปลี่ยนชีวิตคนบางคนได้...

     * <<< ความโศรกเศร้า สามารถเยียวยาตัวเองได้ "โ ด ย ล ำ พั ง"
แต่การจะได้รับ ความเบิกบาน อย่างเต็มเปี่ยม
จำเป็นต้องมี "ใ ค ร สั ก ค น" มาแบ่งปัน >>>

     *  ...ตึก ยังรู้พัง 'สตางค์' ยังรู้หมด แต่ 'ไมตรี' อันสวยสดไม่มีหมดเหมือนสตางค์... --- ^ _ ^

     *  . . . . สีของท้องทะเล คืิอ สีของท้องฟ้า เมื่อสีของท้องฟ้า เปลี่ยนสีของนำ้ทะเลก็เปลี่ยน

...คนเราจะมีความสุขหรือไม่มีความสุขก็อยู่ที่สภาพเเวดล้อม เมื่อสภาพเเวดล้อมเปลี่ยนเเปลง คนก็เปลี่ยนไป...


ขอบทุกท่านที่เข้าชม... : Thank you for view.       










วันศุกร์ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2556

- ภาพยามเช้า-วิวสวยๆ-โพสนี้






วิวสวยๆๆๆๆ....จากความรู้สึกของฉัน....













หลายมิติ หลายมุมมอง


















































ภาพนี้หายาก...














































































วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

วันจันทร์ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2556

- วิธีง่ายๆ-สำหรับการเข้าใช้ -G-mail


ขั้นตอนที่ ๑...


ขั้นตอนที่ ๒...




ขั้นตอนที่ ๓...


เเค่นี้เเหละครับ สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่าจะเข้า
ใช้ G-mail อย่างไร

วิธีการเข้าง่ายๆๆๆๆ ใส่ใจเพื่อที่จะเรียนรู้...


ขอบคุณที่เข้าชม...ครับ

- คำคม-ดีดี-ฟรอม-โฟโต้

IMAGING : LITTLE


        คิดดีทำดี ก็จะได้ดี...

คิดชั่วทำชั่ว ก็ได้ชั่ว


จงคิดในเเง่ดี เเล้วเราจะสุขใจ...

จงเชื่อมั่นในความดี...


สีดำไม่ได้ เเสดงถึงสิ่งที่ชั่วเสมอ...




วันจันทร์ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

- ข้อสอบ-นัก-ธรรม-ชันโท

ปัญหาธรรมวิภาค นักธรรมชันโท
หมวดที ๒ - ๓
อบรมก่อนสอบธรรมสนามหลวง

๑) ๑.๑ กาม และกามคุณ มีอธิบายอยางไร่ ? ๒๕๔๔
     ๑.๒ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ทั้ง ๕ นี้ เพราะเหตุไรจึงเรียกว่ากามคุณ ? ๒๕๔๔

=   ๑.๑ กาม ได้แก่ ความใคร่ ความน่าปรารถนา ความพอใจแบ่งเป็ นกิเลสกามและวัตถุกาม
กามคุณ ได้แก่อารมณ์ที่ ปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ มี รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ
ซึ่งเป็นวัตถุกามนั่นเอง
      ๑.๒ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ เรียกวากามคุณ เพราะเป็นกลุ่มแห่งกามและเป็นสิ่งที
ให้เกิดความสุข ความพอใจได้

๒.) ๒.๑ กรรมฐาน ๒ มีอะไรบ้าง มีอธิบายอยางไร ่ ? ๒๕๔๒
      ๒.๒ การทําใจให้นิ่งคือมีอารมณ์เดียวจัดเป็ นอะไร มีเท่าไร อะไรบ้าง ? ๒๕๔๒

 =      ๒.๑ กรรมฐาน ๒ มี
๑. สมถกรรมฐาน                  กรรมฐานเป็นอุบายสงบใจ
๒. วิปัสสนากรรมฐาน           กรรมฐานเป็นอุบายเรืองปัญญา
อธิบายวา สมถกรรมฐานเป็ นกรรมฐานเนื องด้วยบริกรรมอย่างเดียว ไม่เกี่ ยว
กับปัญญา ส่วนวิปัสสนากรรมฐาน เป็นกรรมฐานเนื องด้วยทัศนะทางใจ ปรารภ
สภาวธรรมและสามัญญลักษณะ
         ๒.๒ การทําใจให้นิ งมีอารมณ์เดียวจัดเป็ นสมาธิ มี ๒ คือ
๑. อุปจารสมาธิ สมาธิเป็ นแต่เฉียด ๆ
๒. อัปปนาสมาธิ สมาธิอยางแน่วแน่
อธิบายวา สมาธิอันยังไม่ดิ่งลงไปแท้เป็นแต่จวน ๆ จัดเป็นอุปจารสมาธิ
ส่วนสมาธิอันดิ่ งลงไปสุขุมกวาอุปจารสมาธิ จัดเป็ นอัปปนาสมาธ

๓.) ๓.๑ บูชามีเท่าไร อะไรบ้าง ? ๒๕๔๐
     ๓.๒ การบูชาอยางไหนนับว่าเป็ นเลิศ เพราะเหตุไร่ ? ๒๕๔๐
=   ๓.๑ บูชามี ๒ อยาง คือ อามิสบูชา ๑ และปฏิปัตติบูชา ๑
     ๓.๒ ปฏิปัตติบูชา นับว่าเป็นเลิศ เพราะพระพุทธศาสนาจะดํารงอยู่ได้นั้น ต้องอาศัยมี
ผู้ปฏิบัติตามคําสอนในพระพุทธศาสนา ถ้าไม่มีผู้ปฏิบัติ พระพุทธศาสนาก็ดํารงอยู่ ได้
ไม่นาน ถึงแม้จะมีผู้บูชาด้วยอามิสมากสักเท่าไร ก็ไม่อาจทรงพระพุทธศาสนาไว้ได้

๔.) ๔.๑ วิการในอุปาทายรูปมีกี อย่าง บอกมาให้ครบ ? ๒๕๓๙
      ๔.๒ ลักษณะในอุปาทายรูปมีกี อย่าง อะไรบ้าง ตอบมาให้ครบ ? ๒๕๓๘
=  ๔.๑ วิการในอุปาทายรูป มี ๓ คือ
ลหุตา ความเบา อธิบายว่า รูปของคนยังเป็น ไม่หนักดุจรูปของคนตาย ๑
มุทุตา ความอ่อนสลวย อธิบายว่า รูปยังปกติ มีลําข้อ อาจคู้หรือ
เหยียดคล่องแคล่ว ไม่แข็งกระด้างดุจรูปของคนเจ็บคนตายแล้ว ๑
กัมมัญญตา ความควรแก่การงาน คือ ความคล่องแคล่ว
     ๔.๒ ลักษณะในอุปาทายรูปมี ๔ คือ
๑. อุจจยะ ความรู้จักเติบขึ้น
๒. สันตติ ความสืบเนื องกัน เช่น ขนเก่าหลุดร่วงไป ขนใหม่เกิดขึ้นแทน
๓. ชรตา ความรู้จักทรุดโทรม
๔. อนิจจตา ความไม่ยั่งยืน

๕. ) ๕.๑ พระเสขะ ผู้ยังต้องศึกษานั้น คือศึกษาเรื องอะไร ? ๒๕๔๑
       ๕.๒ อุจเฉททิฏฐิ กับนัตถิกทิฏฐิ เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร ่ ? ๒๕๔๑
=   ๕. ๕.๑ พระเสขะ ต้องศึกษาสิกขา ๓ คือ
๑. อธิสีลสิกขา ๒. อธิจิตสิกขา ๓. อธิปัญญาสิกขา
      ๕.๒ ต่างกัน อุจเฉททิฏฐิ ความเห็นปฏิเสธเหตุผลในอนาคต เช่นเห็นว่าคนและสัตว์ตายแล้วสูญเป็ นต้น ส่วนนัตถิกทิฏฐิ ความเห็นปฏิเสธเหตุผลในปัจจุบัน เช่น ปฏิเสธสมมติ
สัจจะและกัมมัสสกตา เป็นต้น ต่างกันดังว่ามานี้

๖. ๖.๑ สังขาร ๓ คืออะไรบ้าง ? ๒๕๔๒
๖.๒ ที่ชื่อว่าสังขารเช่นนั้น เพราะอะไร ? ๒๕๔๒
=  ๖.๑ สังขาร ๓ คือ
    ๑. กายสังขาร      สภาพอันแต่งกาย
    ๒. วจีสังขาร        สภาพอันแต่งวาจา
    ๓. จิตตสังขาร     สภาพอันแต่งจิต
๖.๒ ลมอัสสาสะปัสสาสะ ได้ชื่อว่า กายสังขาร เพราะปรนปรือกายให้เป็นอยู่ วิตกและ
วิจาร ได้ชื อว่า วจีสังขาร เพราะตริตรองแล้วพูด ไม่เช่นนั้นจักไม่เป็นภาษา สัญญากับ
เวทนา ได้ชื่ อว่า จิตตสังขาร เพราะเป็ นเครื่ องยังจิตให้ตั้งอยู่ได้ ย้อมจิตให้มีประการ
ต่าง ๆ